ข้อมูลต้นกระบือเจ็ดตัว

กระบือเจ็ดตัวเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่มีสรรพคุณหลากหลาย และนิยมปลูกเป็นไม้ประดับเพราะมีสีสันสวยงาม


1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อพื้นบ้าน: กระบือเจ็ดตัว, กำลังกระบือ, ลิ้นกระบือ (ภาคกลาง), ใบท้องแดง (จันทบุรี)
  • ชื่อสามัญ: ตรวจสอบแล้วไม่พบชื่อสามัญที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษ
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Excoecaria cochinchinensis Lour. var. cochinchinensis
  • วงศ์: Euphorbiaceae

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: กระบือเจ็ดตัว
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Excoecaria cochinchinensis Lour.

3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 0.5-1.5 เมตร มีการแตกกิ่งก้านมาก
  • ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับเวียนรอบกิ่ง รูปใบหอก หรือรูปใบหอกแกมรูปไข่ หลังใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนท้องใบมีสีแดงเข้มถึงม่วงแดง
  • ดอก: ออกเป็นช่อกระจะตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็กและมีสีเหลืองอมเขียว
  • ผล: เป็นผลแห้ง มีลักษณะเป็น 3 พู เมื่อแก่จะแตกออกได้

4. สถานที่พบ

กระบือเจ็ดตัวเป็นพืชที่มีเขตการกระจายพันธุ์ในแถบอินโดจีน สามารถพบได้ทั่วไปในประเทศไทย


5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต

  • ดิน: เจริญเติบโตได้เร็วในดินทั่วไป ชอบดินร่วน
  • น้ำ: ต้องการความชื้นในระดับปานกลางถึงสูง
  • แสงแดด: ชอบแสงแดดแบบเต็มวันถึงรำไร

6. ฤดูกาลให้ผลผลิต

กระบือเจ็ดตัวสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี


7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์

  • ยาและสมุนไพร: ส่วนของใบนำมาใช้เป็นยาขับเลือด และน้ำคาวปลาหลังคลอด
  • ไม้ประดับ: นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเนื่องจากมีใบที่มีสีสันสวยงาม
  • การทำดอกไม้ประดิษฐ์: สามารถนำส่วนต่าง ๆ มาใช้ทำดอกไม้ประดิษฐ์ได้

8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)

  • วิธีใช้: ตามตำราการแพทย์แผนไทย ใบสดประมาณ 7-10 ใบ นำมาตำผสมกับเหล้าขาวแล้วคั้นเอาน้ำดื่มเพื่อขับน้ำคาวปลาหลังคลอด
  • ข้อควรระวัง: ต้นและกิ่งมีน้ำยางสีขาวคล้ายน้ำนม ซึ่งเป็นพิษ หากสัมผัสอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตา

9. แหล่งอ้างอิง