ข้อมูลต้นขลู่

ขลู่เป็นพืชสมุนไพรและไม้ประดับที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย มีสรรพคุณทางยามากมายตามภูมิปัญญาท้องถิ่น และนิยมนำใบมาทำเป็นชาเพื่อสุขภาพ


1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อพื้นบ้าน: ขลู่ (ทั่วไป), คลู (ราชบุรี), หลอ (ปัตตานี), ส้มหอม (เพชรบุรี)
  • ชื่อสามัญ: Indian Marsh Fleabane, Pluchea
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Pluchea indica (L.) Less.

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: ขลู่
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Pluchea indica (L.) Less.

3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง สูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกสีน้ำตาล
  • ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับหรือรีแกมขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักฟันเลื่อยหรือจักฟันเลื่อยห่าง ๆ แผ่นใบมีขนอ่อนนุ่ม
  • ดอก: ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อยมีขนาดเล็ก สีม่วงอมชมพูหรือสีขาวนวล
  • ผล: เป็นผลแห้ง รูปทรงกระบอก เมื่อแก่จะแตกออก เมล็ดมีขนที่ปลาย

4. สถานที่พบ

ขลู่เป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อนชื้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ใกล้ชายฝั่งทะเลหรือป่าชายเลน เช่น จังหวัดเพชรบุรี, ชลบุรี, ระยอง, และตามจังหวัดในภาคใต้


5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต

  • ดิน: เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความชื้นสูง
  • น้ำ: ชอบน้ำมาก สามารถทนต่อน้ำกร่อยได้ดี
  • แสงแดด: ต้องการแสงแดดจัดตลอดวัน

6. ฤดูกาลให้ผลผลิต

ขลู่สามารถออกดอกและผลได้ตลอดทั้งปี


7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์

  • สมุนไพร: ส่วนของใบและรากถูกนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรในหลายตำรา
  • ชา: ใบขลู่สามารถนำมาตากแห้งและชงเป็นชาดื่มเพื่อสุขภาพได้
  • อาหาร: ยอดอ่อนและใบอ่อนสามารถนำมาทำอาหารได้ เช่น นำมาลวกจิ้มน้ำพริก หรือนำมาประกอบอาหารอื่น ๆ

8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)

  • วิธีใช้: ชาวบ้านนิยมใช้ใบขลู่นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ หรือนำใบมาตำพอกแผลเพื่อรักษาอาการบวม
  • ข้อควรระวัง: ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากเกินไป เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เพียงพอในการใช้เป็นยาระยะยาว

9. แหล่งอ้างอิง