ข้อมูลต้นเจตมูลเพลิงขาว

เจตมูลเพลิงขาวเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทางยาหลายประการ และเป็นพืชที่รู้จักกันดีในตำราแพทย์แผนไทย


1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อพื้นบ้าน: เจตมูลเพลิงขาว (ภาคกลาง), ปิดปีขาว (ภาคใต้), ตะโกขาว (ชุมพร), ดอกคอร่อน (ระนอง)
  • ชื่อสามัญ: White leadwort
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Plumbago zeylanica L.

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: เจตมูลเพลิงขาว
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Plumbago zeylanica L.

3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง มีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรง และแตกกิ่งก้านสาขามาก
  • ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีก้านใบสั้น รูปร่างของใบเป็นรูปไข่หรือรูปใบหอก ปลายใบแหลมและโคนใบสอบเข้าหากัน แผ่นใบมีสีเขียวอ่อน
  • ดอก: ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ ช่อดอกยาว มีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกมี 5 กลีบ สีขาวนวล
  • ผล: เป็นฝักเล็ก ๆ รูปทรงกระบอก ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด
  • ราก: รากมีขนาดใหญ่ มีกลิ่นเฉพาะตัว

4. สถานที่พบ

เจตมูลเพลิงขาวสามารถพบได้ทั่วไปในเขตร้อนชื้นของเอเชีย โดยเฉพาะในอินเดีย, ศรีลังกา และประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย มักพบขึ้นตามป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ หรือตามที่รกร้าง


5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต

  • ดิน: เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย
  • น้ำ: ต้องการน้ำปานกลาง สามารถทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดีในระดับหนึ่ง
  • แสงแดด: ชอบแสงแดดรำไรถึงแสงแดดจัด

6. ฤดูกาลให้ผลผลิต

เจตมูลเพลิงขาวสามารถออกดอกและติดผลได้ตลอดทั้งปี


7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์

  • การแพทย์แผนไทย: รากของเจตมูลเพลิงขาวเป็นส่วนที่นิยมนำมาใช้มากที่สุด โดยมีสรรพคุณในการ บำรุงธาตุไฟ, แก้ลม, และขับเสมหะ
  • การแพทย์แผนจีน: รากของเจตมูลเพลิงขาวถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของยาจีนเพื่อรักษาอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหารและโรคผิวหนัง

8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)

  • วิธีใช้: รากของเจตมูลเพลิงขาวนำมาตากแห้งและใช้ผสมในตำรับยาบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มยาที่มีสรรพคุณเกี่ยวกับธาตุลมและธาตุไฟ
  • ข้อควรระวัง: ส่วนต่าง ๆ ของเจตมูลเพลิงขาวมีสารบางชนิดที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินอาหารหากใช้ไม่ถูกวิธี หรือใช้ในปริมาณที่มากเกินไป

9. แหล่งอ้างอิง