ข้อมูลต้นประดู่บ้าน

ประดู่บ้านเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีดอกสีเหลืองสวยงามและมีกลิ่นหอมแรง นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้


1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อพื้นบ้าน: ประดู่, ประดู่บ้าน, ประดู่ลาย
  • ชื่อสามัญ: Burma Padauk, Narra
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Pterocarpus indicus Willd.

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: ประดู่บ้าน
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Pterocarpus indicus Willd.

3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลำต้นเปลาตรง สูงได้ถึง 10-25 เมตร ทรงพุ่มกลม
  • ใบ: เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่ โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม
  • ดอก: ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ตามซอกใบ ดอกย่อยมีสีเหลืองทอง มีกลิ่นหอมแรง และจะบานพร้อมกันทั้งต้น
  • ผล: เป็นฝักแบนกลมคล้ายจาน มีปีกบางล้อมรอบ ภายในมีเมล็ด 1-3 เมล็ด

4. สถานที่พบ

ประดู่บ้านเป็นพืชพื้นเมืองของแถบอินโดจีน และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบได้ทั่วไปในป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และพื้นที่รกร้างในประเทศไทย นอกจากนี้ยังนิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้านเรือนและสวนสาธารณะ


5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต

  • ดิน: เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี
  • น้ำ: ต้องการน้ำปานกลาง แต่ทนทานต่อสภาพแล้งได้ดี
  • แสงแดด: ต้องการแสงแดดจัดตลอดวัน

6. ฤดูกาลให้ผลผลิต

ประดู่บ้านออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม โดยจะทิ้งใบในฤดูแล้งและผลิดอกพร้อมกันทั้งต้น


7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์

  • เนื้อไม้: เนื้อไม้มีสีน้ำตาลแดงถึงสีแดงเข้ม มีลวดลายสวยงาม และมีความแข็งแรงทนทาน นิยมนำไปใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เครื่องดนตรี และงานแกะสลัก
  • ไม้ประดับ: เนื่องจากมีทรงพุ่มสวยงามและดอกมีกลิ่นหอม จึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในสวน หรือเป็นไม้ให้ร่มเงา

8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)

  • สรรพคุณทางยา: ในตำราแพทย์แผนไทยบางเล่มระบุว่าแก่นประดู่มีรสขมฝาด ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับโลหิต และเปลือกต้นใช้รักษาโรคผิวหนัง
  • การนำไปใช้: ใช้เนื้อไม้ทำเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ และใช้เป็นไม้ที่ให้ร่มเงาในพื้นที่สาธารณะ

9. แหล่งอ้างอิง