ผกากรองเป็นไม้พุ่มที่มีดอกสีสันสวยงามหลากหลายสีในช่อเดียวกัน จึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ แต่เป็นพืชต่างถิ่นที่แพร่พันธุ์ได้รวดเร็วและทนทาน ทำให้กลายเป็นพืชรุกรานในบางพื้นที่


1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อพื้นบ้าน: ผกากรอง, ขี้ไก่, คำขี้ไก่, เบ็งกานี
  • ชื่อสามัญ: Lantana, Common Lantana
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Lantana camara L.

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: ผกากรอง
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Lantana camara L.

3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อยหรือตั้งตรง ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามและขนสั้น ๆ
  • ใบ: ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ขอบใบหยักมนหรือหยักฟันเลื่อย มีกลิ่นฉุนเมื่อขยี้
  • ดอก: ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ ดอกย่อยมีหลายสีในช่อเดียวกัน เช่น สีเหลือง ส้ม แดง ชมพู หรือขาว
  • ผล: ผลสดมีลักษณะกลมขนาดเล็ก เมื่อสุกจะเป็นสีดำคล้ายลูกเบอร์รี แต่มีพิษหากรับประทาน

4. สถานที่พบ

ผกากรองเป็นพืชในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา ปัจจุบันแพร่กระจายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย สามารถพบได้ทั่วไปตามที่รกร้าง สวนสาธารณะ หรือปลูกเป็นไม้ประดับในบ้าน


5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต

ผกากรองเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้น และเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ชอบแสงแดดจัดและไม่ต้องการน้ำมาก


6. ฤดูกาลให้ผลผลิต

ผกากรองสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี


7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์

  • ไม้ประดับ: นิยมปลูกเพื่อประดับตกแต่งสวน เนื่องจากออกดอกสวยงามและออกดอกบ่อย
  • สมุนไพร: ในบางตำรายาพื้นบ้านมีการใช้ส่วนต่าง ๆ ของผกากรองในการรักษาโรค เช่น ใช้เปลือกและรากเป็นยาแก้ปวดฟัน หรือใช้ใบต้มดื่มแก้หวัด

8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)

  • วิธีใช้: มีการนำผกากรองมาใช้เป็นยารักษาโรคในบางพื้นที่ แต่ไม่ควรใช้โดยไม่มีความรู้
  • ข้อควรระวัง: ทุกส่วนของผกากรองมีสารที่เป็นพิษ โดยเฉพาะผลและใบ การรับประทานอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเป็นอันตรายต่อตับได้ นอกจากนี้ การสัมผัสผิวหนังกับต้นผกากรองอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้

9. แหล่งอ้างอิง