ข้อมูลต้นแมงลัก

แมงลักเป็นพืชสมุนไพรและผักสวนครัวที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารและเป็นยาแผนโบราณ มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว


1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อพื้นบ้าน: แมงลัก, อี่ตู่ (ภาคเหนือ), ก้อมก้อ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), ผักอีตู่ (ลาว)
  • ชื่อสามัญ: Hairy Basil
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Ocimum basilicum L. var. citratum

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: แมงลัก
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Ocimum basilicum L. var. citratum

3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก สูงประมาณ 40-80 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม
  • ใบ: ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน รูปรีหรือรูปไข่ ปลายแหลม โคนสอบ ขอบใบหยักเล็กน้อย แผ่นใบมีสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม มีขนอ่อนปกคลุมทั้งสองด้าน และมีกลิ่นหอม
  • ดอก: ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็ก สีขาวอมชมพูหรือม่วงอ่อน มีกลีบดอก 5 กลีบ
  • ผล: เป็นผลแห้ง ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก เมื่อนำไปแช่น้ำจะพองตัวเป็นเมือกใส ๆ

4. สถานที่พบ

แมงลักเป็นพืชพื้นเมืองของเขตร้อนในทวีปเอเชียและแอฟริกา พบได้ทั่วไปในประเทศไทยตามธรรมชาติและนิยมปลูกในครัวเรือนเพื่อใช้ประกอบอาหาร


5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต

  • ดิน: เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี
  • น้ำ: ต้องการน้ำปานกลาง ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ชอบน้ำท่วมขัง
  • แสงแดด: ชอบแสงแดดจัดตลอดวัน

6. ฤดูกาลให้ผลผลิต

แมงลักเป็นพืชที่ปลูกง่ายและสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี


7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์

  • อาหาร: ใบแมงลักนิยมนำมาเป็นผักสำหรับปรุงอาหาร เพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติในแกงชนิดต่างๆ เช่น แกงเลียง และแกงอ่อม
  • เครื่องดื่ม: เมล็ดแมงลักที่พองตัวแล้วนิยมนำมาผสมในน้ำหวานหรือน้ำผลไม้เพื่อทำเป็นเครื่องดื่มเย็น
  • สมุนไพร: เมล็ดแมงลักใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ เนื่องจากมีเมือกช่วยในการขับถ่าย

8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)

  • วิธีใช้: เมล็ดแมงลักมักถูกนำมาแช่น้ำทำเป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากเมือกที่พองตัวจะช่วยให้อิ่มนาน
  • ข้อควรระวัง: ไม่ควรรับประทานเมล็ดแมงลักโดยไม่แช่น้ำจนพองตัวเต็มที่ เพราะอาจทำให้เมล็ดไปอุดตันในลำไส้ได้

9. แหล่งอ้างอิง