ข้อมูลต้นสายน้ำผึ้ง

สายน้ำผึ้งเป็นไม้เลื้อยที่มีดอกหอม มีสรรพคุณทางยา และนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในสวน


1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อพื้นบ้าน: สายน้ำผึ้ง, กิมงิ่งฮวย, หยิ่มตังติ้ง
  • ชื่อสามัญ: Japanese honeysuckle
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Lonicera japonica Thunb.
  • วงศ์: Caprifoliaceae

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: สายน้ำผึ้ง
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Lonicera japonica Thunb.

3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็ก ลำต้นแข็งและเหนียว มีขนปกคลุม
  • ใบ: เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนมน แผ่นใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน
  • ดอก: ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกแรกแย้มมีสีขาวนวลและจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 ซีก ดอกมีกลิ่นหอมแรง โดยเฉพาะในช่วงเย็นถึงเช้า
  • ผล: เป็นผลสดรูปทรงกลม ผิวเรียบมันเงา เมื่อสุกจะมีสีดำ
  • การขยายพันธุ์: สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง หรือปักชำ

4. สถานที่พบ

สายน้ำผึ้งมีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี แต่สามารถพบได้ในประเทศไทยเนื่องจากมีการนำเข้ามาปลูกเป็นไม้ประดับ


5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต

  • ดิน: เติบโตได้ดีในดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ดี
  • น้ำ: ต้องการน้ำปานกลาง
  • แสงแดด: ชอบแสงแดดจัดตลอดวัน หรือแสงแดดบางส่วน

6. ฤดูกาลให้ผลผลิต

สายน้ำผึ้งเป็นพืชที่สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี โดยจะออกดอกมากเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน


7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์

  • ไม้ประดับ: นิยมปลูกเป็นไม้คลุมดินหรือไม้เลื้อยเพื่อให้ขึ้นพันรั้ว ผนัง หรือซุ้ม เพื่อความสวยงามและให้กลิ่นหอม
  • สรรพคุณทางยา: ดอกและเถาของสายน้ำผึ้งมีสรรพคุณทางสมุนไพร เช่น ช่วยขับพิษร้อนถอนพิษไข้, แก้ไข้หวัด, แก้อาการอักเสบ, แก้บิด และขับปัสสาวะ

8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)

  • วิธีใช้: ในตำรายาจีน นิยมนำดอกสายน้ำผึ้งมาต้มเป็นชาเพื่อช่วยขับสารพิษและลดไข้
  • ข้อควรระวัง: แม้จะมีสรรพคุณทางยา แต่ไม่ควรนำไปใช้รักษาโรคด้วยตนเองโดยไม่มีความรู้ เนื่องจากอาจมีสารบางชนิดที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้หากใช้ไม่ถูกต้อง

9. แหล่งอ้างอิง