ข้อมูลต้นสาเก

สาเกเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งในตระกูลขนุนและเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก


1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อพื้นบ้าน: สาเก
  • ชื่อสามัญ: Breadfruit
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Artocarpus altilis (Parkinson ex F.A. Zorn) Fosberg

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: สาเก
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Artocarpus altilis (Parkinson ex F.A. Zorn) Fosberg

3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 10-20 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกไม้มีสีน้ำตาลอมเทา
  • ใบ: ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ เรียงสลับกันและมีรอยเว้าลึก
  • ดอก: ดอกเป็นช่อ โดยดอกเพศเมียมีลักษณะกลมรี ส่วนดอกเพศผู้มีลักษณะยาวคล้ายกระบอง
  • ผล: ผลมีลักษณะกลมหรือรูปไข่ ผิวขรุขระมีสีเขียว เมื่อสุกจะมีสีเหลือง เนื้อในมีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน เนื้อผลมีแป้งมากและมีรสชาติคล้ายขนมปังเมื่อนำไปทำให้สุก

4. สถานที่พบ

สาเกมีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะแปซิฟิก แต่ปัจจุบันมีการเพาะปลูกอย่างกว้างขวางในเขตร้อน เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอเมริกาใต้


5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต

  • ดิน: เติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีการระบายน้ำดี
  • น้ำ: ต้องการน้ำในปริมาณที่เพียงพอตลอดปี
  • แสงแดด: ชอบแสงแดดจัด

6. ฤดูกาลให้ผลผลิต

สาเกจะเริ่มให้ผลผลิตประมาณ 3-5 ปีหลังจากปลูก และจะออกผลได้ตลอดทั้งปี โดยช่วงที่ให้ผลผลิตมากที่สุดคือฤดูร้อน


7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์

  • อาหาร: นำผลมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ต้ม นึ่ง หรือทอด และยังสามารถนำไปทำเป็นขนมหวานได้อีกด้วย
  • ไม้: เนื้อไม้แข็งแรงและทนทาน นิยมนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ หรือของใช้ต่าง ๆ
  • ยา: ในบางภูมิปัญญาดั้งเดิมมีการนำส่วนต่าง ๆ ของต้นสาเกมาใช้เป็นสมุนไพร เช่น เปลือกไม้ช่วยรักษาโรคผิวหนัง

8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)

ในประเทศไทยมีการนำผลสาเกมาเชื่อมกับน้ำตาลเป็นของหวานที่เรียกว่า “สาเกเชื่อม” ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยม โดยจะต้องเลือกผลที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไปเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่อร่อย เมื่อใช้เนื้อไม้ควรระวังยางสีขาวที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้


9. แหล่งอ้างอิง