ต้นเติม หรือที่รู้จักกันในชื่อ ประดู่ส้ม เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีคุณสมบัติและประโยชน์หลากหลายทั้งในด้านการแพทย์แผนโบราณและการก่อสร้าง


1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อพื้นบ้าน: เติม, ดู่ส้ม, ประดู่ส้ม, ส้มกบ
  • ชื่อสามัญ: Java Cedar, Bishop Wood
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Bischofia javanica Blume

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: เติม, ดู่ส้ม, ประดู่ส้ม
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Bischofia javanica Blume
  • วงศ์: Phyllanthaceae

3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 10-30 เมตร หรืออาจสูงได้ถึง 35 เมตร ลำต้นมีลักษณะอ้วนท้วน เปลือกเป็นสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม
  • ใบ: เป็นใบประกอบแบบมีใบย่อย 3 ใบเรียงสลับกัน ใบย่อยมีรูปร่างคล้ายไข่หรือรูปรี ปลายใบแหลม ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ใบแก่มีสีแดงสด
  • ดอก: ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกมีขนาดเล็ก สีเหลืองอมเขียว ดอกจะร่วงพร้อมกันทั้งต้น
  • ผล: เป็นผลสด มีลักษณะค่อนข้างกลม ผลอ่อนมีสีเขียวเข้ม เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ด 3-4 เมล็ด

4. สถานที่พบ

พบกระจายพันธุ์ในหลายพื้นที่ตั้งแต่ประเทศอินเดีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ออสเตรเลีย และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค มักขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบ หรือบริเวณริมลำห้วยที่ระดับความสูง 100-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล


5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต

ต้นเติมสามารถเติบโตได้ดีในสภาพดินที่มีการระบายน้ำดีและได้รับแสงแดดเต็มที่ถึงร่มบางส่วน ชอบความชื้นสูงตามสภาพอากาศเขตร้อน


6. ฤดูกาลให้ผลผลิต

  • ออกดอก: ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม
  • ออกผล: ช่วงเดือนมิถุนายนถึงธันวาคม

7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์

  • เนื้อไม้: เนื้อไม้มีความแข็งแรงทนทาน จึงนิยมนำมาใช้ในการก่อสร้าง เช่น ทำไม้พื้น, ฝาบ้าน, เครื่องเรือน และเครื่องมือทางการเกษตร เช่น แจว, พาย
  • เปลือกและราก: ใช้เป็นยาสมุนไพรในบางท้องถิ่น เช่น นำเปลือกต้นมาต้มดื่มเพื่อแก้เจ็บคอ และรากใช้เป็นยาฟอกโลหิต
  • ใบ: ในบางตำราระบุว่าใบใช้รักษาตานซางในเด็ก

8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)

  • วิธีใช้: ชาวบ้านบางกลุ่มใช้เนื้อไม้เติมทำเครื่องมือในชีวิตประจำวัน เช่น แจวและพาย นอกจากนี้ เปลือกต้นยังถูกนำไปต้มน้ำดื่มเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ
  • ข้อควรระวัง: ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมีรายงานว่าพืชชนิดนี้มีสารเป็นพิษ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการอาเจียนหรือท้องเสียได้หากบริโภคเข้าไปในปริมาณมากโดยไม่มีความรู้

9. แหล่งอ้างอิง