

ข้อมูลต้นพลับพลึง
พลับพลึงเป็นพืชสมุนไพรและไม้ประดับที่มีมาแต่โบราณ สามารถพบได้ทั่วไปในประเทศไทย และมีประโยชน์หลายด้านทั้งในทางการแพทย์แผนโบราณและการจัดสวน
1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์
- ชื่อพื้นบ้าน: พลับพลึง
- ชื่อสามัญ: Cape Lily, Spider Lily
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Crinum asiaticum L.
2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)
- ชื่อพื้นบ้าน: พลับพลึง
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Crinum asiaticum L.
3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ลำต้น: เป็นพืชที่มีหัวใต้ดินคล้ายหัวหอม มีกาบใบหุ้มซ้อนกัน
- ใบ: ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปยาวแคบปลายแหลมคล้ายรูปใบหอก เรียงเวียนรอบลำต้น สีเขียวเข้มเป็นมัน ขอบใบเรียบหรืออาจเป็นคลื่น
- ดอก: ออกเป็นช่อขนาดใหญ่จากปลายหัว มีก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยมีสีขาว มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลักษณะกลีบดอกเรียวยาว 6 กลีบ และมีเกสรเพศผู้เป็นเส้นยาวสีชมพูอ่อน
- ผล: ผลค่อนข้างกลม เมื่อแก่จะแตกออก เมล็ดมีขนาดเล็ก
4. สถานที่พบ
พลับพลึงเป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อนชื้น โดยในประเทศไทยนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายตามบ้านเรือน สวนสาธารณะ หรือริมถนนเพื่อเป็นไม้ประดับ
5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต
- ดิน: เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดีและมีอินทรียวัตถุสูง
- น้ำ: ต้องการน้ำปานกลาง ชอบความชื้นสูง และทนทานต่อสภาพน้ำท่วมขังได้บ้าง
- แสงแดด: ชอบแสงแดดจัด
6. ฤดูกาลให้ผลผลิต
พลับพลึงสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ
7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์
- ไม้ประดับ: นิยมปลูกประดับตกแต่งสวนเพื่อความสวยงาม
- สมุนไพร: ใบพลับพลึงสามารถนำไปใช้ในการรักษาอาการปวดเมื่อย หรือใช้พอกเพื่อลดอาการฟกช้ำและอักเสบ
8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)
- วิธีใช้: ตามตำรับยาแผนโบราณ นิยมนำใบพลับพลึงมาลนไฟให้อุ่นแล้วนำไปประคบหรือพันบริเวณที่มีอาการปวดเมื่อย ฟกช้ำ หรือบวม
