

ข้อมูลต้นหญ้าหนวดแมว
หญ้าหนวดแมวเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา โดยเฉพาะการช่วยขับปัสสาวะและรักษาโรคที่เกี่ยวกับไตและทางเดินปัสสาวะ
1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์
- ชื่อพื้นบ้าน: หญ้าหนวดแมว, พลู, พลูป่า, อีตู่ดง
- ชื่อสามัญ: Cat’s Whisker, Java tea, Kidney tea plant
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.
- วงศ์: Lamiaceae
2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)
- ชื่อพื้นบ้าน: หญ้าหนวดแมว
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.
3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ลำต้น: เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร
- ใบ: ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย
- ดอก: ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกมีสีขาวหรือม่วงอ่อน มีเกสรตัวผู้และตัวเมียยื่นยาวออกมาคล้ายหนวดแมว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ
- ผล: เป็นผลแห้งขนาดเล็ก เมื่อแก่จะแตกออก
4. สถานที่พบ
หญ้าหนวดแมวเป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียเขตร้อน พบได้ทั่วไปในประเทศไทยตามป่าเบญจพรรณและพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต
- ดิน: เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยที่มีความชุ่มชื้นสูง
- น้ำ: ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ชอบน้ำท่วมขัง
- แสงแดด: ชอบแสงแดดรำไรถึงร่มรำไร
6. ฤดูกาลให้ผลผลิต
หญ้าหนวดแมวออกดอกและติดผลตลอดทั้งปี โดยจะให้ผลผลิตดีในช่วงฤดูฝน
7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์
- สมุนไพร: ส่วนของใบนำมาตากแห้งแล้วชงเป็นชา ใช้สำหรับขับปัสสาวะ, แก้ไตอักเสบ, รักษาโรคเบาหวาน, และลดความดันโลหิต
- ประดับ: ดอกมีรูปทรงสวยงามจึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในกระถางหรือสวน
8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)
- วิธีใช้: ใช้ใบแห้งประมาณ 3-4 กรัม ชงกับน้ำร้อนดื่มเหมือนชา
- ข้อควรระวัง:
- ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดโพแทสเซียมได้
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ, โรคไตวาย, หรือผู้ที่รับประทานยาขับปัสสาวะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
9. แหล่งอ้างอิง
- สารานุกรมพืชในประเทศไทย. (ม.ป.ป.). หญ้าหนวดแมว. สืบค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2568, จาก http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=143
- ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (2554). หญ้าหนวดแมว. สืบค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2568, จาก http://www.phat.ac.th/herbs/Orthosiphon_aristatus.pdf
- สำนักงานข้อมูลสมุนไพร. (ม.ป.ป.). หญ้าหนวดแมว. สืบค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2568, จาก http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/ort_ari.html
