กะเพราแดง

ข้อมูลกะเพราแดง

กะเพราแดง เป็นกะเพราพันธุ์หนึ่งในวงศ์ Lamiaceae กะเพรามี 3 พันธุ์ คือ กะเพราแดง กะเพราขาว และกะเพราลูกผสมระหว่างกะเพราแดงกับกะเพราขาว นิยมนำใบมาประกอบอาหาร


1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อสามัญ: Holy basil, Sacred basil
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Ocimum tenuiflorum L.
  • วงศ์: Lamiaceae

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: กะเพราแดง
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Ocimum tenuiflorum L.

3. กลุ่มของพืช

พืชผัก, พืชเครื่องเทศ, พืชสมุนไพร


4. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้ล้มลุก ทรงพุ่มเตี้ย สูงประมาณ 0.3–1 เมตร ต้นค่อนข้างแข็ง แตกกิ่งก้านสาขามาก ก้านเป็นขน
  • ใบ: ก้านใบยาว รูปใบเรียว โคนใบเรียว ปลายมน ขอบใบเป็นหยัก พื้นใบด้านหน้าสีเขียวหรือแดงแก่กว่าด้านหลัง เห็นเส้นใบนูนชัด
  • ดอก: ออกเป็นช่อตั้งขึ้นคล้ายฉัตร บริเวณปลายยอดและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็กรูปคล้ายระฆัง กลีบดอกมีทั้งสีขาวลายม่วงแดงและสีขาว กลีบเลี้ยงสีม่วง
  • ผล: ผลแห้งแล้วแตกออก เมล็ดแก่สีดำ เมื่อแช่น้ำเปลือกหุ้มเมล็ดพองออกเป็นเมือก

5. ประโยชน์ / การใช้ประโยชน์

  • ใบ: บำรุงธาตุไฟ ขับลม แก้ปวดท้อง แก้ลมตานซาง แก้จุกเสียด แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้โรคบิด มีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันและลดอาการจุกอก
  • เมล็ด: เมื่อแช่น้ำจะพองตัวเป็นเมือกขาว ใช้พอกบริเวณตาเมื่อมีผงหรือฝุ่นละอองเข้าตา
  • ราก: ใช้รากแห้ง ชงหรือต้มกับน้ำร้อนดื่ม แก้โรคธาตุพิการ
  • น้ำสกัดทั้งต้น: มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • น้ำมันหอมระเหย: ใบและกิ่งสดสกัดโดยการต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.08–0.10
  • ภูมิปัญญาสำหรับเด็ก: นำใบกะเพรามาตำละลายกับน้ำผึ้ง หยอดให้เด็กแรกเกิดกิน เรียกว่าถ่ายขี้เถ้า หรือตำแล้วบีบเอาน้ำผสมกับมหาหิงคุ์ทารอบสะดือ แก้ปวดท้องของเด็ก
  • อื่น ๆ: ใช้เป็นยากันยุง

6. แหล่งอ้างอิง

  • วิกิพีเดียภาษาไทย. กะเพรา. สืบค้นจาก https://th.wikipedia.org/wiki/กะเพรา