ในบริบทของประเทศไทย “หญ้าดับไฟ” มีชื่อเรียกอื่น ๆ ว่า “หญ้าน้ำดับไฟ” หรือ “หญ้าพันงูเขียว” ซึ่งมีข้อมูลสมุนไพรและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อพื้นบ้าน: หญ้าดับไฟ, หญ้าน้ำดับไฟ, หญ้าพันงูเขียว, สี่บาท, สารพัดพิษ, หญ้าหางงู, ฉลกบาท, เดือยงู
  • ชื่อสามัญ: –
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Lindenbergia philippensis (Cham.) Benth.

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: หญ้าดับไฟ
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Lindenbergia philippensis (Cham.) Benth.

3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 50-100 เซนติเมตร
  • ใบ: เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน รูปไข่ถึงรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ
  • ดอก: ออกเป็นช่อที่ปลายยอด ดอกมีสีเหลืองสด
  • ผล: –

4. สถานที่พบ

หญ้าดับไฟพบได้ทั่วไปในเขตร้อน เช่น อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ และในประเทศไทยสามารถพบได้ตามที่รกร้าง ป่าโปร่ง และตามชายป่า

5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต

หญ้าดับไฟเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและมีแสงแดดส่องถึง สามารถพบได้ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง

6. ฤดูกาลให้ผลผลิต

หญ้าดับไฟสามารถพบได้ตลอดทั้งปี

7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์

  • สมุนไพร: ส่วนใหญ่จะใช้เป็นยาสมุนไพร มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ แก้ตับอักเสบ แก้ท้องมาน และมีฤทธิ์ขับพยาธิในลำไส้
  • การใช้งานอื่น ๆ: มีข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใช้หญ้าดับไฟในการดับไฟป่าขนาดเล็กได้

8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)

  • วิธีใช้:
    • ทางยา: ใช้ต้นแห้งทั้งต้นต้มกับน้ำดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย หรือใช้ต้นสดนำมาขยี้ทาบริเวณที่มีผื่นคันหรือกลากเกลื้อน
    • การดับไฟ: มีการนำหญ้าดับไฟไปทำเป็นไม้ตบดับไฟป่า โดยนำก้านและใบมามัดรวมกันเพื่อใช้ตบเปลวไฟให้ดับลง
  • ข้อควรระวัง: การใช้สมุนไพรใด ๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน เนื่องจากข้อมูลบางส่วนยังอยู่ในภูมิปัญญาพื้นบ้าน และอาจมีผลข้างเคียงในบางราย

9. แหล่งอ้างอิง