ต้นสำรองเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่รู้จักกันดีในประเทศไทย ผลของต้นสำรองเมื่อนำมาแช่น้ำจะพองตัวเป็นเมือกคล้ายวุ้นใส ซึ่งนิยมนำมาทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ


1. ชื่อพื้นบ้าน, ชื่อสามัญ, ชื่อวิทยาศาสตร์

  • ชื่อพื้นบ้าน: สำรอง, ทวาย, พุงทะลาย (ภาคกลาง), หมากจอง (ภาคเหนือ)
  • ชื่อสามัญ: Malva Nut, Sterculia
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Scaphium scaphigerum (Wall. ex G.Don) Guib. & Planch.

2. ชื่อพืช (พื้นบ้าน, วิทยาศาสตร์)

  • ชื่อพื้นบ้าน: สำรอง, พุงทะลาย
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Scaphium scaphigerum (Wall. ex G.Don) Guib. & Planch.

3. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 20-30 เมตร ทรงพุ่มกลมทึบ เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลอมเทา
  • ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ
  • ดอก: ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อยมีขนาดเล็ก สีเหลืองอมเขียว
  • ผล: ผลเป็นฝักรูปเรือหรือกระสวย สีน้ำตาลเข้ม มีปีก ผลแก่จะแตกออกตามแนวยาว
  • เมล็ด: เมล็ดมีลักษณะกลมรี เมื่อนำไปแช่น้ำจะพองตัวเป็นวุ้น

4. สถานที่พบ

ต้นสำรองเป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดจันทบุรี และตราด


5. สภาพแวดล้อมที่เติบโต

  • ดิน: ชอบดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีการระบายน้ำดี
  • น้ำ: ต้องการน้ำปานกลาง
  • แสงแดด: ชอบแสงแดดรำไรถึงแสงแดดจัด

6. ฤดูกาลให้ผลผลิต

ต้นสำรองจะออกดอกและติดผลในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน


7. ประโยชน์/การใช้ประโยชน์

  • อาหารและเครื่องดื่ม: นำเมล็ดไปแช่น้ำให้พองตัวเป็นวุ้น ใช้ทำเป็นเครื่องดื่มสำหรับดับกระหาย หรือใช้เป็นส่วนผสมในขนมหวาน
  • ยาสมุนไพร: ตามตำรายาไทย ระบุว่าเมือกจากเมล็ดสำรองมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยแก้อาการร้อนใน และช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ
  • อุตสาหกรรม: เมือกที่ได้จากเมล็ดสำรองยังใช้เป็นสารเพิ่มความหนืดในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอาง

8. ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (วิธีใช้, ข้อควรระวัง)

  • วิธีใช้: ชาวบ้านนิยมนำเมล็ดสำรองที่ตากแห้งแล้วไปแช่ในน้ำเปล่าจนพองตัวเป็นวุ้นใส ก่อนนำมาผสมกับน้ำตาลทรายและน้ำแข็งเพื่อทำเป็นเครื่องดื่ม
  • ข้อควรระวัง: ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาระบาย หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้ท้องเสียได้ และไม่ควรรับประทานเมือกที่ได้จากเมล็ดที่ยังไม่สมบูรณ์หรือยังไม่แก่

9. แหล่งอ้างอิง